สรุปสถานการณ์ศัตรูข้าว ระหว่างวันที่ 19 - 25 สิงหาคม 2564
  •   2021-08-31 15:25:24    293     9

สรุปสถานการณ์ศัตรูข้าว ระหว่างวันที่ 19 - 25 สิงหาคม 2564

สรุปรายงานสถานการณ์ศัตรูข้าว กรมการข้าว ระหว่างวันที่ 19 - 25 สิงหาคม 2564
(รายงาน ณ วันที่  26 สิงหาคม 2564)


สถานการณ์การระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันที่ 25 สิงหาคม 2564 (ข้อมูล ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2564) พบพื้นที่การระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล จำนวน 1 จังหวัด ได้แก่ น่าน พื้นที่ระบาดจำนวน 2 ไร่ การระบาดคงที่
จากรายงานสถานการณ์เร่งด่วน (แบบ ศสท.101) ของกรมการข้าว พบว่า เกิดการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลร่วมกับเพลี้ยกระโดดหลังขาว ในแปลงนาเกษตรกร ตำบลป่าสัก อำเภอเชียงแสน และตำบลป่าซาง อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย โดยพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและเพลี้ยกระโดดหลังขาว เฉลี่ย 1.80 – 9.55 ตัว/กอ ซึ่งประชากรเกินระดับเศรษฐกิจ อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตข้าวได้ (ข้อมูล ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2564)


สถานการณ์การระบาดของโรคไหม้ข้าว รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร พบพื้นที่ระบาด จำนวน 12 จังหวัด ได้แก่ น่าน พะเยา แพร่ ลำปาง อุทัยธานี นครราชสีมา สกลนคร อุบลราชธานี จันทบุรี นครศรีธรรมราช ปัตตานี และสงขลา พื้นที่ระบาดจำนวน 1,299 ไร่ การระบาดเพิ่มขึ้น 66 ไร่
จากรายงานสถานการณ์เร่งด่วน (แบบ ศสท.101) ของกรมการข้าว พบว่า ในพื้นที่หมู่ 9 ตำบลแม่ยางตาล อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ พบการระบาดของโรคไหม้ในระยะข้าวแตกกอ ในข้าวพันธุ์สันป่าตอง 1 พื้นที่เสียหายประมาณ 25-40 เปอร์เซ็นต์ ในพื้นที่สำรวจจำนวน 25 ไร่


สถานการณ์การระบาดของศัตรูข้าวชนิดอื่น รายงานสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันที่ 25 สิงหาคม 2564 (ข้อมูล ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2564) พบพื้นที่ระบาดจากการเข้าทำลายของศัตรูข้าว ดังนี้
- การระบาดของหนอนห่อใบข้าว จำนวน 3 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ นครศรีธรรมราช และสงขลา พื้นที่ระบาดจำนวน 318 ไร่ การระบาดเพิ่มขึ้น 3 ไร่

- การระบาดของหนอนกอข้าว พบพื้นที่ระบาด 2 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ และกระบี่ พื้นที่ระบาดจำนวน 39 ไร่ การระบาดเพิ่มขึ้น 28 ไร่

- การระบาดของแมลงสิง พบพื้นที่ระบาด 2 จังหวัด คือ สงขลา และสุราษฎร์ธานี พื้นที่ระบาดจำนวน 109 ไร่ การระบาดเพิ่มขึ้น 13 ไร่

- การระบาดของเพลี้ยไฟ พบพื้นที่ระบาด 6 จังหวัด คือ แพร่ แพร่ ลำปาง อุทัยธานี นครราชสีมา สกลนคร และสงขลา พื้นที่ระบาดจำนวน 619 ไร่ การระบาดเพิ่มขึ้น 7 ไร่ และจากรายงานสถานการณ์เร่งด่วน (แบบ ศสท.101) ของกรมการข้าว พบว่า เกิดการระบาดของเพลี้ยไฟในจังหวัดแพร่ พบพื้นที่เสียหายประมาณ 25-30 เปอร์เซ็นต์ จำนวนพื้นที่สำรวจ 22 ไร่ ในข้าวอายุ 14-25 วัน (ข้าวระยะกล้า) ในพันธุ์ข้าวสันป่าตอง 1 และ กข10

- การระบาดของหนอนกัดใบข้าว พบพื้นที่ระบาด 1 จังหวัด คือ สงขลา พื้นที่ระบาดจำนวน 73 ไร่ การระบาดคงที่

- การระบาดของแมลงหล่า จากรายงานสถานการณ์เร่งด่วน (แบบ ศสท.101) ของกรมการข้าว พบว่า ในพื้นที่อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ พบประชากรแมลงหล่าจากการสำรวจแปลงนาเกินระดับเศรษฐกิจ (พบจำนวนเฉลี่ย 7.7 ตัวต่อจุด) ณ หมู่ 5 ตำบลห้วยน้าหอม อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ โดยทำให้ต้นข้าวเหลือง แห้งไหม้ และฟุบตายเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่


ข้อมูลเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล จากผลการตรวจนับจำนวนตัวเต็มวัยในกับดักแสงไฟของศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท ศูนย์วิจัยข้าวอยุธยา ศูนย์วิจัยข้าวลพบุรี ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ศูนย์วิจัยข้าวราชบุรี ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี ศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา ศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ (ติดตั้งกับดักแสงไฟที่ศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่) ศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย ศูนย์วิจัยข้าวแม่ฮ่องสอน ศูนย์วิจัยข้าวแพร่ ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ศูนย์วิจัยข้าวอุดรธานี ศูนย์วิจัยข้าวสกลนคร ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี ศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ ศูนย์วิจัยข้าวนครราชสีมา ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง ศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช ศูนย์วิจัยข้าวกระบี่ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ชัยนาท (ติดตั้งกับดักแสงไฟที่จังหวัดสิงห์บุรีและอุทัยธานี) ศูนย์เมล็ดพันธุ์ราชบุรี (ติดตั้งกับดักแสงไฟที่จังหวัดสุพรรณบุรีและราชบุรี) ศูนย์เมล็ดพันธุ์ลพบุรี ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวร้อยเอ็ด และสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ พบจำนวนเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในกับดักแสงไฟไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 50,000 ตัวต่อคืน) จำนวนตัวเต็มวัยในกับดักแสงไฟของศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ถึงระดับวิกฤต ดังนั้น ควรเฝ้าติดตามจำนวนเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลโรคไหม้ ในระหว่างวันที่ 19 - 25 สิงหาคม 2564 รายงานค่าความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคไหม้จากสถานีเครือข่ายที่มีค่าความเสี่ยงเกินระดับวิกฤต (ค่าวิกฤต คือ 2.25) คือ ศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย ศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา และศูนย์วิจัยข้าวกระบี่ ส่วนศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ (สถานีศูนย์วิจัยข้าว และสถานีดงหลักหมื่น) ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท ศูนย์วิจัยข้าวราชบุรี ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี ศูนย์วิจัยข้าวอุดรธานี ศูนย์วิจัยข้าวนครราชสีมา ศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวราชบุรี (อ.เมือง จ.ราชบุรี และจังหวัดสุพรรณบุรี) ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลพบุรี และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์ มีค่าความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคไหม้ไม่เกินระดับวิกฤต 

การคาดการณ์สภาพภูมิอากาศในสัปดาห์หน้า  ในช่วงวันที่ 25 - 30 สิงหาคม 2564 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 25 - 30 สิงหาคม 2564 ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในระยะนี้ไว้ด้วย

การคาดการณ์การระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในสัปดาห์หน้า จากผลการตรวจนับจำนวนตัวเต็มวัยในกับดักแสงไฟ ภายใน 2-3 สัปดาห์ ยังไม่พบจำนวนเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่เกินระดับวิกฤติ ดังนั้น แนวโน้มในการระบาดอาจพบน้อยหรืออาจพบเป็นบางพื้นที่ที่เคยมีการระบาดเป็นประจำ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น พันธุ์ข้าว พฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูข้าวของเกษตรกร การปลูกข้าวอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น โดยเฉพาะในแปลงที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เช่น พันธุ์ปทุมธานี 1 พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 พันธุ์พื้นเมือง เป็นต้น แปลงที่ปลูกข้าวแน่น และใส่ปุ๋ยไนโตรเจนในอัตราที่สูงกว่า

คำแนะนำ
ส่วนจังหวัดที่มีการรายงานพื้นที่ระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในสัปดาห์นี้ ได้แก่ น่าน ควรมีการเฝ้าติดตามการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพื้นที่จังหวัดเชียงราย ที่พบการระบาดร่วมของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและหลังขาว ควรมีการสำรวจในพื้นที่ที่ปลูกข้าวอย่างสม่ำเสมอ ในกรณีที่พบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมีปริมาณน้อยกว่า 10 ตัว/กอ หรือยังไม่เกิดการระบาด สามารถใช้เชื้อราบิวเวอเรียควบคุมการระบาด แต่ในกรณีเกิดการระบาด พบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลปริมาณ 10 ตัว/กอ หรือมากกว่า ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมการข้าวอย่างเคร่งครัด (www.ricethailand.go.th; องค์ความรู้เรื่องข้าว)

สารป้องกันกำจัดแมลงที่สามารถใช้ในการควบคุมการระบาด ให้เลือกใช้ตามอายุของข้าว  ได้แก่
    • ข้าวหลังหว่าน ถึงอายุ 40 วัน พบตัวอ่อนระยะที่ 1-2 จำนวนมากว่า 5 ตัว/ต้น ให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลง ได้แก่ บูโพรเฟซิน 10% ดับบลิวพี อัตรา 25 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ บูโพรเฟซิน/ไอโซโพรคาร์บ 5%/20% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยเลือกใช้เพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง
    • ข้าวอายุ 41-60 วัน พบตัวอ่อนสีน้ำตาล และตัวเต็มวัยชนิดปีกสั้น จำนวนมากกว่า 1 ตัว/ต้น ให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลง ได้แก่ ไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ไพมิโทซิน 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยเลือกใช้เพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง
    • ข้าวอายุ 61-80 วัน พบตัวอ่อนสีน้ำตาล และตัวเต็มวัยชนิดปีกสั้น จำนวนมากกว่า 1 ตัว/ต้น ให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลง ได้แก่ ไพรมิโทซิน 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยเลือกใช้เพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง
 ในกรณีที่เกิดการระบาดอย่างรุนแรง หรือพบประชากรของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลจากกับดักแสงไฟในระดับที่สูงกว่าค่าวิกฤตอย่างมาก (ค่าวิกฤต 50,000 ตัวต่อวัน) สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงที่สามารถใช้ในการควบคุมการระบาด คือ สารไพรมิโทซิน 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร (เมื่อพบจำนวนมวนเขียวดูดไข่มาก) หรือสารซัลฟอกซาฟลอร์ 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10-30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร (เมื่อพบจำนวนมวนเขียวดูดไข่น้อย) โดยเลือกใช้เพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง   

การคาดการณ์การระบาดของโรคไหม้ในสัปดาห์หน้า
โรคไหม้ สภาพอากาศในสัปดาห์หน้าประเทศไทยภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สภาพอากาศอาจมีความเหมาะสมกับการเกิดโรค ควรสำรวจติดตามในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอต่อโรค เช่น กข15 กข6 ปทุมธานี 1 ขาวดอกมะลิ 105 เป็นต้น โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง
แปลงนาในจังหวัดที่มีการระบาดของโรคไหม้ ตามรายงานฯ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ จังหวัดน่าน พะเยา แพร่ ลำปาง อุทัยธานี นครราชสีมา สกลนคร อุบลราชธานี จันทบุรี นครศรีธรรมราช ปัตตานี และสงขลา และพื้นที่ที่มีค่าความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคไหม้เกินระดับวิกฤต ตามสถานีเครือข่ายของกรมการข้าว ได้แก่ จังหวัดเชียงราย ฉะเชิงเทรา และกระบี่ พื้นที่ในจังหวัดเหล่านี้หรือพื้นที่ใกล้เคียง ควรมีการเฝ้าระวัง และติดตามการระบาดของโรคไหม้อย่างต่อเนื่อง
ในกรณีที่พบโรคไหม้มีอาการรุนแรง หรือพบพื้นที่ใบเสียหายจากการเป็นโรคถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ในข้าวระยะกล้า ถึงแตกกอเต็มที่ และ 5 เปอร์เซ็นต์ ในข้าวระยะตั้งท้อง หรือพบแผลโรคไหม้ที่ใบธง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมการข้าวอย่างเคร่งครัดในการควบคุมด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น ไตรไซคลาโซล (ควรใช้เฉพาะในระยะกล้าถึงแตกกอ) คาซูกาไมซิน ไอโซโปรไธโอเลน คาร์เบนดาซิม* โพรคลอราช* (ใช้ด้วยความระมัดระวังเพราะเป็นสารขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อ เป็นต้น ตามอัตราที่ระบุ


  • 107814 bytes