รายงานสถานการณ์การระบาดศัตรูข้าวในแปลงนา ระหว่างวันที่ 5 - 12 กันยายน 2561  
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบการระบาดในเขตพื้นที่ตำบลทานตะวัน  อำเภอพาน และตำบลทุ่งก่อ อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย พื้นที่ระบาดประมาณ 50 ไร่ ในข้าวพันธุ์ กข6 (ต้นเตี้ย) และสันป่าตอง 1 ข้าวอยู่ในระยะแตกกอ
เพลี้ยกระโดดหลังขาว พบการระบาดในเขตพื้นที่ตำบลแม่พริก อำเภอแม่สรวย ในข้าวพันธุ์ก.วก. 2 (ข้าวจาปอนิกา/ ข้าวญี่ปุ่น) ข้าวอยู่ในระยะแตกกอ และตำบลเวียง อำเภอเวียงป่าเป้า พบในข้าวพันธุ์หอมนิล ข้าวอยู่ในระยะแตกกอ
โรคใบจุดสีน้ำตาล พบการระบาดในจังหวัดนครนายก พื้นที่หมู่ 3 ตำบลศีรษะกระบือ อำเภอองครักษ์ จำนวน 20 ไร่   
สรุปรายงานสถานการณ์ศัตรูข้าว กรมการข้าว ระหว่างวันที่ 5 - 12 กันยายน 2561  

ภาคกลาง
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟที่ศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรามีปริมาณลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา และในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชัยนาทยังคงมีปริมาณสูง แต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 50,000 ตัวต่อคืน)
โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นที่ศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา ศูนย์วิจัยข้าวราชบุรี และในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวราชบุรี แต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 2.25)
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงต้นและปลายสัปดาห์มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วน ส่วนในช่วงกลางสัปดาห์มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
1) เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศเหมาะสมกับการระบาด ควรสำรวจและติดตามในแปลงนาที่ปลูกข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 และข้าวพันธุ์อ่อนแอ โดยเฉพาะในแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง และแปลงนาในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดชัยนาท
2) โรคไหม้ สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการเกิดโรค ควรสำรวจและติดตามการระบาดในแปลงนาที่ปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอ โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง และแปลงนาในพื้นที่จังหวัด ฉะเชิงเทรา และจังหวัดราชบุรี

ภาคเหนือ
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟที่ศูนย์วิจัยข้าวแพร่มีปริมาณสูงขึ้นจากสัปดาห์ก่อน และที่ศูนย์วิจัยข้าวศูนย์เชียงใหม่ยังคงมีปริมาณสูง แต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 50,000 ตัวต่อคืน)
โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคสูงถึงระดับวิกฤตที่ศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย และค่าความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิษณุโลก แต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 2.25)
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงต้นและปลายสัปดาห์มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงกลางสัปดาห์มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
1) เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศเหมาะสมกับการระบาด ควรสำรวจและติดตามในแปลงนาที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอ โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง  และแปลงนาในพื้นที่จังหวัดแพร่และจังหวัดเชียงใหม่
2) โรคไหม้ สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการเกิดโรค ควรสำรวจและติดตามการระบาดในแปลงนาที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอ โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง และแปลงนาในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และจังหวัดพิษณุโลก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟที่ศูนย์วิจัยข้าวหนองคายมีปริมาณลดลงจากสัปดาห์ก่อน แต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 50,000 ตัวต่อคืน)
โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นที่ศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ แต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 2.25)  
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงต้นและปลายสัปดาห์มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงกลางสัปดาห์มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
1) เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศเหมาะสมกับการระบาด ควรสำรวจและติดตามในแปลงนา โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง และแปลงนาในพื้นที่จังหวัดหนองคาย
2) โรคไหม้ สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด ควรสำรวจและติดตามในแปลงนา โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง และแปลงนาในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น

ภาคใต้
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟในศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราชมีปริมาณสูงขึ้นเล็กน้อยจากสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 50,000 ตัวต่อคืน)
โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคสูงถึงระดับวิกฤตที่ศูนย์วิจัยข้าวกระบี่ (ระดับวิกฤต คือ 2.25)  
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ในช่วงปลายสัปดาห์มีลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
1)  เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด จึงควรสำรวจและติดตามการระบาดในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอ เช่น พันธุ์พื้นเมือง โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง
2)โรคไหม้ สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการเกิดโรค ควรติดตามการระบาดในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอ เช่น พันธุ์พื้นเมือง โดยเฉพาะปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง และแปลงนาในพื้นที่จังหวัดกระบี่

คำแนะนำ
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศในสัปดาห์หน้าเหมาะสมกับการระบาดในทุกภาค จึงควรสำรวจและติดตามในพื้นที่ที่ปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เช่น พันธุ์ปทุมธานี 1 และพันธุ์พื้นเมือง  โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง พื้นที่ที่มีปริมาณเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่จับได้จากกับดักแสงไฟสูงขึ้น ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชัยนาท แพร่ เชียงใหม่ และจังหวัดหนองคาย และพื้นที่ระบาดในจังหวัดลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครราชสีมา และจังหวัดลพบุรี จากรายงานสถานการณ์ศัตรูข้าว วันที่ 29 สิงหาคม 2561 กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร
* ในกรณีที่พบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมีปริมาณน้อยกว่า 10 ตัว/กอ หรือยังไม่เกิดการระบาด สามารถใช้เชื้อราบิวเวอเรียควบคุมการระบาด แต่ในกรณีเกิดการระบาด พบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ปริมาณ 10 ตัว/กอ หรือมากกว่า ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมการข้าวอย่างเคร่งครัด (www.ricethailand.go.th; องค์ความรู้เรื่องข้าว)

สารป้องกันกำจัดแมลงที่สามารถใช้ในการควบคุมการระบาด ให้เลือกใช้ตามอายุของข้าว  ได้แก่
•    ข้าวหลังหว่าน ถึงอายุ 40 วัน พบตัวอ่อนระยะที่ 1-2 จำนวนมากว่า 5 ตัว/ต้น ให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลง ได้แก่ บูโพรเฟซิน 10% ดับบลิวพี อัตรา 25 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ บูโพรเฟซิน/ไอโซโพรคาร์บ 5%/20% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อีโทเฟนพรอกซ์ 10% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร โดยเลือกใช้เพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง
•    ข้าวอายุ 41-60 วัน พบตัวอ่อนสีน้ำตาล และตัวเต็มวัยชนิดปีกสั้น จำนวนมากกว่า 1 ตัว/ต้น ให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลง ได้แก่ อีโทเฟนพรอกซ์ 10% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ไพมิโทซิน 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยเลือกใช้เพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง
•    ข้าวอายุ 61-80 วัน พบตัวอ่อนสีน้ำตาล และตัวเต็มวัยชนิดปีกสั้น จำนวนมากกว่า 1 ตัว/ต้น ให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลง ได้แก่ ไพรมิโทซิน 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาร์โบซัลเฟน 20% อีซี อัตรา 110 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร โดยเลือกใช้เพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง
        ในกรณีที่เกิดการระบาดอย่างรุนแรง หรือพบประชากรของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลจากกับดักแสงไฟในระดับที่สูงกว่าค่าวิกฤตอย่างมาก (ค่าวิกฤต 50,000 ตัวต่อวัน) สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงที่สามารถใช้ในการควบคุมการระบาด คือ สารไพรมิโทซิน 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร (เมื่อพบจำนวนมวนเขียวดูดไข่มาก) และสารซัลฟอกซาฟอร์ 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 12 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร (เมื่อพบจำนวนมวนเขียวดูดไข่น้อย)
โรคไหม้ สภาพอากาศในสัปดาห์หน้าค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาดในทุกภาค จึงควรสำรวจติดตามในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอต่อโรค เช่น พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 กข15 กข6 และพันธุ์พื้นเมืองอื่นๆ โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง แปลงนาในพื้นที่ที่สภาพอากาศมีความเสี่ยงในการเกิดโรคสูง ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ราชบุรี พิษณุโลก เชียงราย นครสวรรค์ ขอนแก่น และจังหวัดกระบี่ และพื้นที่การระบาดในจังหวัดศรีสะเกษ อุบลราชธานี ระยอง และจังหวัดเชียงใหม่ จากรายงานสถานการณ์ศัตรูข้าว วันที่ 29 สิงหาคม 2561 กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร
ในกรณีที่พบโรคไหม้มีอาการรุนแรงและพื้นที่ใบเสียหายจากการเป็นโรคถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ในข้าวระยะกล้าถึงแตกกอเต็มที่ และ 5 เปอร์เซ็นต์ ในข้าวระยะตั้งท้อง หรือพบแผลโรคไหม้ที่ใบธง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมการข้าวอย่างเคร่งครัดในการควบคุมด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น ไอโซโปรไธโอเลน หรือ คาร์เบนดาซิม     หรือ ไตรไซคลาโซล (ควรใช้เฉพาะในระยะกล้าถึงแตกกอ) ตามอัตราที่ระบุ (www.ricethailand.go.th; องค์ความรู้เรื่องข้าว)

หมายเหตุ    
รายงานสถานการณ์ศัตรูข้าว วันที่ 29 สิงหาคม 2561 กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช
กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ยโรคไหม้ข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบการระบาดในพื้นที่จังหวัดลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครราชสีมา และจังหวัดลพบุรี จำนวน 19,215 ไร่ การระบาดเพิ่มขึ้น 13,568 ไร่  (สัปดาห์ที่ผ่านมาพบการระบาด 5,647 ไร่) ในช่วงข้าวอายุน้อยกว่า 40 วัน จำนวน 515 ไร่ ข้าวอายุ 40 ถึง 60 วัน จำนวน 6,945 ไร่ และข้าวอายุมากกว่า 60 วัน จำนวน 11,755 ไร่
โรคไหม้ข้าว พบการระบาดในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ อุบลราชธานี ระยอง และจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 2,376 ไร่ การระบาดลดลง 7,598 ไร่ (สัปดาห์ที่ผ่านมาพบการระบาด 9,974 ไร่) ในช่วงข้าวอายุน้อยกว่า 40 วัน จำนวน 1 ไร่ ข้าวอายุ 40 ถึง 60 วัน จำนวน 2,284 ไร่ และข้าวอายุมากกว่า 60 วัน จำนวน 91 ไร่
เพลี้ยไฟ ไม่พบการระบาด การระบาดลดลง 269 ไร่ (สัปดาห์ที่ผ่านมาพบการระบาด 269 ไร่)

 

 

1