รายงานสถานการณ์การระบาดศัตรูข้าวในแปลงนา ระหว่างวันที่ 2 – 8 สิงหาคม 2561  
โรคไหม้ พบการระบาดในพื้นที่เขตหมู่ 11 ตำบลพิกุลออก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก จำนวน 5 ไร่   
โรคใบจุดสีน้ำตาล พบการระบาดในพื้นที่เขตหมู่ 11 ตำบลพิกุลออก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก จำนวน 5 ไร่   
สรุปรายงานสถานการณ์ศัตรูข้าว กรมการข้าว ระหว่างวันที่ 2 – 8 สิงหาคม 2561
ภาคกลาง
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟที่ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี มีปริมาณสูงขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังยังไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 50,000 ตัวต่อคืน)
โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคสูงถึงระดับวิกฤตที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานีและศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา และมีค่าความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นเล็กน้อยในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลพบุรี (ระดับวิกฤต คือ 2.25)
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงต้นสัปดาห์มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงปลายสัปดาห์มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
1) เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศเหมาะสมกับการระบาด ควรสำรวจและติดตามในแปลงนาที่ปลูกข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 และข้าวพันธุ์อ่อนแอ โดยเฉพาะในแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง และแปลงนาในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี
2) โรคไหม้ สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการเกิดโรค ควรสำรวจและติดตามการระบาดในแปลงนาที่ปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอ โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง และแปลงนาในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ฉะเชิงเทรา และจังหวัดลพบุรี

ภาคเหนือ
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟที่ศูนย์วิจัยข้าวส่วนใหญ่มีปริมาณลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 50,000 ตัวต่อคืน)
โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นที่ศูนย์วิจัยข้าวเชียงรายและในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์ แต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 2.25)
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
1) เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด ควรสำรวจและติดตามในแปลงนาที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอ โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง  
2) โรคไหม้ สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการเกิดโรค ควรสำรวจและติดตามการระบาดในแปลงนาที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอ โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง และแปลงนาในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดนครสวรรค์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟในศูนย์วิจัยข้าวนครราชสีมามีปริมาณสูงขึ้นเล็กน้อยจากสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 50,000 ตัวต่อคืน)
โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคสูงใกล้ถึงระดับวิกฤตที่ศูนย์วิจัยข้าวชุมแพและศูนย์วิจัยข้าวนครราชสีมา และมีความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นที่ศูนย์วิจัยข้าวหนองคาย(ระดับวิกฤต คือ 2.25)  
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
1) เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศเหมาะสมกับการระบาด จึงควรสำรวจและติดตามในแปลงนา โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง และแปลงนาในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา
2) โรคไหม้ สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด ควรสำรวจและติดตามในแปลงนา โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง และแปลงนาในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดนครราชสีมา

ภาคใต้
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟในศูนย์วิจัยข้าวส่วนใหญ่มีปริมาณลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 50,000 ตัวต่อคืน)
โรคไหม้ ไม่มีรายงานสภาพอากาศที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคไหม้
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงต้นสัปดาห์มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส
1)  เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด ควรสำรวจและติดตามการระบาดในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอ เช่น พันธุ์พื้นเมือง โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง
2)โรคไหม้ สภาพอากาศไม่เหมาะสมกับการเกิดโรค แต่ควรติดตามการระบาดในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอ เช่น พันธุ์พื้นเมือง โดยเฉพาะปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง

คำแนะนำ
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศในสัปดาห์หน้าเหมาะสมกับการระบาดในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาดในภาคเหนือและภาคใต้ ควรสำรวจและติดตามในทุกพื้นที่ที่ปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เช่น พันธุ์ปทุมธานี 1 และพันธุ์พื้นเมือง  โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง และพื้นที่ที่มีปริมาณเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่จับได้จากกับดักแสงไฟสูงขึ้น ได้แก่ จังหวัดปราจีนบุรี
* ในกรณีที่พบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมีปริมาณน้อยกว่า 10 ตัว/กอ หรือยังไม่เกิดการระบาด สามารถใช้เชื้อราบิวเวอเรียควบคุมการระบาด แต่ในกรณีเกิดการระบาด พบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ปริมาณ 10 ตัว/กอ หรือมากกว่า ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมการข้าวอย่างเคร่งครัด(www.ricethailand.go.th; องค์ความรู้เรื่องข้าว)
สารป้องกันกำจัดแมลงที่สามารถใช้ในการควบคุมการระบาด ให้เลือกใช้ตามอายุของข้าว  ได้แก่
•    ข้าวหลังหว่าน ถึงอายุ 40 วัน พบตัวอ่อนระยะที่ 1-2 จำนวนมากว่า 5 ตัว/ต้น ให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลง ได้แก่ บูโพรเฟซิน 10% ดับบลิวพี อัตรา 25 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ บูโพรเฟซิน/ไอโซโพรคาร์บ 5%/20% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อีโทเฟนพรอกซ์ 10% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร โดยเลือกใช้เพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง
•    ข้าวอายุ 41-60 วัน พบตัวอ่อนสีน้ำตาล และตัวเต็มวัยชนิดปีกสั้น จำนวนมากกว่า 1 ตัว/ต้น ให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลง ได้แก่ อีโทเฟนพรอกซ์ 10% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ไพมิโทซิน 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยเลือกใช้เพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง
•    ข้าวอายุ 61-80 วัน พบตัวอ่อนสีน้ำตาล และตัวเต็มวัยชนิดปีกสั้น จำนวนมากกว่า 1 ตัว/ต้น ให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลง ได้แก่ ไพรมิโทซิน 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาร์โบซัลเฟน 20% อีซี อัตรา 110 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร โดยเลือกใช้เพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง
ในกรณีที่เกิดการระบาดอย่างรุนแรง หรือพบประชากรของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลจากกับดักแสงไฟในระดับที่สูงกว่าค่าวิกฤตอย่างมาก (ค่าวิกฤต 50,000 ตัวต่อวัน) สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงที่สามารถใช้ในการควบคุมการระบาด คือ สารไพรมิโทซิน 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร (เมื่อพบจำนวนมวนเขียวดูดไข่มาก) และสารซัลฟอกซาฟอร์ 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 12 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร (เมื่อพบจำนวนมวนเขียวดูดไข่น้อย)
โรคไหม้ สภาพอากาศในสัปดาห์หน้าค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาดในทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ที่สภาพอากาศไม่เหมาะสมกับการระบาด แต่ควรสำรวจติดตามในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอต่อโรค เช่น พันธุ์   ขาวดอกมะลิ 105 กข15 กข6 และพันธุ์พื้นเมืองอื่นๆ โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง และแปลงนาในพื้นที่ที่สภาพอากาศมีความเสี่ยงในการเกิดโรคสูง ได้แก่ จังหวัดปทุมธานี ฉะเชิงเทรา ลพบุรี เชียงราย นครสวรรค์ หนองคาย ขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา
ในกรณีที่พบโรคไหม้มีอาการรุนแรงและพื้นที่ใบเสียหายจากการเป็นโรคถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ในข้าวระยะกล้าถึงแตกกอเต็มที่ และ 5 เปอร์เซ็นต์ ในข้าวระยะตั้งท้อง หรือพบแผลโรคไหม้ที่ใบธง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมการข้าวอย่างเคร่งครัดในการควบคุมด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น ไอโซโปรไธโอเลน หรือ คาร์เบนดาซิม     หรือ ไตรไซคลาโซล (ควรใช้เฉพาะในระยะกล้าถึงแตกกอ) ตามอัตราที่ระบุ(www.ricethailand.go.th; องค์ความรู้เรื่องข้าว)