รายงานสถานการณ์การระบาดศัตรูข้าวในแปลงนา พบการระบาดของโรคไหม้ในพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบล          บางบริบูรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 5 ไร่
สรุปรายงานสถานการณ์ศัตรูข้าว กรมการข้าว ระหว่างวันที่ 14 - 20 มิถุนายน 2561

ภาคกลาง
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟที่ศูนย์วิจัยข้าวส่วนใหญ่และในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวชัยนาทมีปริมาณสูงขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 50,000 ตัวต่อคืน)
เพลี้ยกระโดดหลังขาว พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวราชบุรีมีปริมาณสูงขึ้นเล็กน้อยจากสัปดาห์ที่ผ่านมา
โรคไหม้ รายงานค่าความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคสูงถึงระดับวิกฤตที่ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี และมีค่าความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นเล็กน้อยที่ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท (ระดับวิกฤต คือ 2.25)
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนมากทางด้านตะวันตกของภาค ตลอดช่วง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส
1) เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศไม่เหมาะสมกับการระบาด แต่ควรสำรวจและติดตามในแปลงนาที่ปลูกข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 และข้าวพันธุ์อ่อนแอ แปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง และพื้นที่ที่มีปริมาณที่จับได้จากกับดักแสงไฟสูงขึ้น โดยเฉพาะที่จังหวัดชัยนาท
2) โรคไหม้ สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการเกิดโรค ควรสำรวจและติดตามการระบาดในแปลงนาที่ปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอ โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง และพื้นที่ที่สภาพอากาศมีความเสี่ยงในการเกิดโรคไหม้สูง ได้แก่ จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดชัยนาท

ภาคเหนือ
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟที่ศูนย์วิจัยข้าวส่วนใหญ่มีปริมาณลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา    และยังไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 50,000 ตัวต่อคืน)
โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคสูงถึงระดับวิกฤตที่ศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย (ระดับวิกฤต คือ 2.25)
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากทางตะวันตกของภาค ตลอดช่วง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส
1) เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด ควรสำรวจและติดตามในแปลงนาที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอ โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง
2) โรคไหม้ สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการเกิดโรค ควรสำรวจและติดตามการระบาดในแปลงนาที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอ โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง และพื้นที่ที่สภาพอากาศมีความเสี่ยงในการเกิดโรคสูง ได้แก่ จังหวัดเชียงราย

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟในศูนย์วิจัยข้าวส่วนใหญ่มีปริมาณลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 50,000 ตัวต่อคืน)
โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นมากใกล้ถึงระดับวิกฤตที่ศูนย์วิจัยข้าวหนองคาย (ระดับวิกฤต คือ 2.25)  
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ตลอดช่วง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
1) เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด ควรสำรวจและติดตามในแปลงนา โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง
2) โรคไหม้ สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด ควรสำรวจและติดตามในแปลงนา โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง

ภาคใต้
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยจากกับดักแสงไฟที่ศูนย์วิจัยข้าวส่วนใหญ่มีปริมาณลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 50,000 ตัวต่อคืน)
โรคไหม้ มีรายงานความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคสูงถึงระดับวิกฤตที่ศูนย์วิจัยข้าวกระบี่ (ระดับวิกฤต คือ 2.25)
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงต้นสัปดาห์มีฝนฟ้าคะนอง      ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงปลายสัปดาห์มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส
1)  เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด ควรสำรวจและติดตามการระบาดในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าว โดยเฉพาะข้าวพันธุ์อ่อนแอ เช่น พันธุ์พื้นเมือง และปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง
2)โรคไหม้ สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการเกิดโรค ควรติดตามการระบาดในพื้นที่ที่มีการปลูกข้าว โดยเฉพาะข้าวพันธุ์อ่อนแอ เช่น พันธุ์พื้นเมือง และปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง โดยเฉพาะพื้นที่ที่สภาพอากาศมีความเสี่ยงในการเกิดโรคสูง ได้แก่ จังหวัดกระบี่

คำแนะนำ
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศในสัปดาห์หน้าค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ไม่เหมาะสมกับการระบาดในภาคกลาง จึงควรสำรวจและติดตามในพื้นที่ที่ปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เช่น พันธุ์ปทุมธานี 1 และพันธุ์พื้นเมือง แปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง พื้นที่ที่มีปริมาณที่จับได้จากกับดักแสงไฟสูงขึ้น โดยเฉพาะที่จังหวัดชัยนาท และพื้นที่ที่มีรายงานการระบาดของกรมส่งเสริมการเกษตร ณ วันที่ 13 มิถุนายน 2561 ได้แก่ จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดเชียงราย
* ในกรณีที่พบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมีปริมาณน้อยกว่า 10 ตัว/กอ หรือยังไม่เกิดการระบาด สามารถใช้เชื้อราบิวเวอเรียควบคุมการระบาด แต่ในกรณีเกิดการระบาด พบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ปริมาณ 10 ตัว/กอ หรือมากกว่า ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมการข้าวอย่างเคร่งครัด (www.ricethailand.go.th; องค์ความรู้เรื่องข้าว)
สารป้องกันกำจัดแมลงที่สามารถใช้ในการควบคุมการระบาด ให้เลือกใช้ตามอายุของข้าว  ได้แก่
•    ข้าวหลังหว่าน ถึงอายุ 40 วัน พบตัวอ่อนระยะที่ 1-2 จำนวนมากว่า 5 ตัว/ต้น ให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลง ได้แก่ บูโพรเฟซิน 10% ดับบลิวพี อัตรา 25 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ บูโพรเฟซิน/ไอโซโพรคาร์บ 5%/20% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อีโทเฟนพรอกซ์ 10% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร โดยเลือกใช้เพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง
•    ข้าวอายุ 41-60 วัน พบตัวอ่อนสีน้ำตาล และตัวเต็มวัยชนิดปีกสั้น จำนวนมากกว่า 1 ตัว/ต้น ให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลง ได้แก่ อีโทเฟนพรอกซ์ 10% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ไพมิโทซิน 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยเลือกใช้เพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง
•    ข้าวอายุ 61-80 วัน พบตัวอ่อนสีน้ำตาล และตัวเต็มวัยชนิดปีกสั้น จำนวนมากกว่า 1 ตัว/ต้น ให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลง ได้แก่ ไพรมิโทซิน 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาร์โบซัลเฟน 20% อีซี อัตรา 110 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร โดยเลือกใช้เพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง
ในกรณีที่เกิดการระบาดอย่างรุนแรง หรือพบประชากรของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลจากกับดักแสงไฟในระดับที่สูงกว่าค่าวิกฤตอย่างมาก (ค่าวิกฤต 50,000 ตัวต่อวัน) สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงที่สามารถใช้ในการควบคุมการระบาด คือ สารไพรมิโทซิน 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร (เมื่อพบจำนวนมวนเขียวดูดไข่มาก) และสารซัลฟอกซาฟอร์ 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 12 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร (เมื่อพบจำนวนมวนเขียวดูดไข่น้อย)
โรคไหม้ สภาพอากาศในสัปดาห์หน้าค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาดในทุกภาค จึงควรสำรวจติดตามในพื้นที่ที่ปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอต่อโรค เช่น พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 กข15 กข6 และพันธุ์พื้นเมืองอื่นๆ แปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง พื้นที่ที่สภาพอากาศมีความเสี่ยงในการเกิดโรคสูง ได้แก่ จังหวัดปราจีนบุรี ชัยนาท เชียงราย และจังหวัดกระบี่ และพื้นที่ที่มีรายงานการระบาดของกรมส่งเสริมการเกษตร ณ วันที่ 13มิถุนายน 2561 ได้แก่ จังหวัดระยอง เชียงใหม่ เชียงราย ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ยโสธร และจังหวัดสุรินทร์
ในกรณีที่พบโรคไหม้มีอาการรุนแรงและพื้นที่ใบเสียหายจากการเป็นโรคถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ในข้าวระยะกล้าถึงแตกกอเต็มที่ และ 5 เปอร์เซ็นต์ ในข้าวระยะตั้งท้อง หรือพบแผลโรคไหม้ที่ใบธง ให้ควบคุมด้วยสารป้องกัน   กำจัดโรคพืช ตามคำแนะนำของกรมการข้าว เช่น ไอโซโปรไธโอเลน หรือ คาร์เบนดาซิม หรือ ไตรไซคลาโซล (ควรใช้เฉพาะในระยะกล้าถึงแตกกอ) ตามอัตราที่ระบุ (www.ricethailand.go.th; องค์ความรู้เรื่องข้าว)

หมายเหตุ    
รายงานสถานการณ์ศัตรูข้าว วันที่ 13 มิถุนายน 2561 กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช
กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ยโรคไหม้ข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล  พบการระบาดในพื้นที่จังหวัดอ่างทองและจังหวัดเชียงราย จำนวน 682 ไร่ การระบาดคงที่ (สัปดาห์ที่ผ่านมาพบการระบาด 682 ไร่) ในช่วงอายุข้าว ดังนี้ ข้าวอายุน้อยกว่า 40 วัน จำนวน 18 ไร่       ข้าวอายุ 40 ถึง 60 วัน จำนวน 35 ไร่ และข้าวอายุมากกว่า 60 วัน จำนวน 629 ไร่
เพลี้ยกระโดดหลังขาว พบการระบาดในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จำนวน 15 ไร่ การระบาดคงที่ (สัปดาห์ที่ผ่านพบการระบาด 15 ไร่) ข้าวอายุมากกว่า 60 วัน จำนวน 15 ไร่
โรคไหม้ข้าว พบการระบาดในพื้นที่จังหวัดระยอง เชียงใหม่ เชียงราย ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ยโสธร และจังหวัดสุรินทร์ จำนวน 60,960 ไร่ เพิ่มขึ้น 52,187 ไร่ (สัปดาห์ที่ผ่านมาพบการระบาด 8,773 ไร่) ในช่วงอายุ ดังนี้ ข้าวอายุน้อยกว่า 40 วัน จำนวน 56,597 ไร่ ข้าวอายุ 40 ถึง 60 วัน จำนวน 3,714 ไร่ และข้าวอายุมากกว่า 60 วัน จำนวน 649 ไร่
หนู พบการระบาดในพื้นที่จังหวัดน่าน จำนวน 1,007 ไร่ การระบาดเพิ่มขึ้น 1,007 ไร่ (สัปดาห์ที่ผ่านไม่พบการระบาด)