สรุปรายงานสถานการณ์ศัตรูข้าว กรมการข้าว ระหว่างวันที่ 17 - 23 พฤษภาคม 2561

ภาคกลาง
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟในของศูนย์วิจัยข้าวและในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวส่วนใหญ่มีปริมาณลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 50,000 ตัวต่อคืน)
โรคไหม้ รายงานค่าความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นใกล้ถึงระดับวิกฤตที่ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี และในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลพบุรี (ระดับวิกฤต คือ 2.25)
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
1) เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด ควรสำรวจและติดตามในแปลงนาที่ปลูกข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 และข้าวพันธุ์อ่อนแอ แปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง
2) โรคไหม้ สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการเกิดโรค ควรสำรวจและติดตามการระบาดในแปลงนาที่ปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอ โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง และพื้นที่ที่สภาพอากาศมีความเสี่ยงในการเกิดโรคไหม้สูง ได้แก่ จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดลพบุรี

ภาคเหนือ
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟที่ศูนย์วิจัยข้าวและพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวส่วนใหญ่มีปริมาณลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 50,000 ตัวต่อคืน)
โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคที่ศูนย์วิจัยข้าวส่วนใหญ่และในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์อยู่ในระดับปกติ (ระดับวิกฤต คือ 2.25)
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงต้นสัปดาห์มีฝนฟ้าคะนอง    ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงปลายสัปดาห์มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-37 องศาเซลเซียส
1) เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด ควรสำรวจและติดตามในแปลงนาที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอ โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง
2) โรคไหม้ สภาพอากาศเหมาะสมกับการเกิดโรค ควรสำรวจและติดตามการระบาดในแปลงนาที่มีการปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอ โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยที่นับได้จากกับดักแสงไฟในศูนย์วิจัยข้าวมีปริมาณลดลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 50,000 ตัวต่อคืน)
โรคไหม้ มีรายงานค่าความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นใกล้ถึงระดับวิกฤตที่ศูนย์วิจัยข้าวนครราชสีมา (ระดับวิกฤต คือ 2.25)
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงต้นสัปดาห์มีฝนฟ้าคะนอง   ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงปลายสัปดาห์มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-37 องศาเซลเซียส
1) เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด ควรสำรวจและติดตามใน    แปลงนา โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง
2) โรคไหม้ สภาพอากาศเหมาะสมกับการระบาด ควรสำรวจและติดตามในแปลงนา โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง และพื้นที่ที่สภาพอากาศมีความเสี่ยงในการเกิดโรคสูงขึ้น ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา

ภาคใต้
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบตัวเต็มวัยจากกับดักแสงไฟที่ศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราชมีปริมาณสูงขึ้นเล็กน้อยจากสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 50,000 ตัวต่อคืน)
โรคไหม้ มีรายงานความเสี่ยงของอากาศในการเกิดโรคสูงขึ้นที่ศูนย์วิจัยข้าวกระบี่ แต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤต (ระดับวิกฤต คือ 2.25)
การคาดการณ์ในสัปดาห์หน้า สภาพอากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียสในช่วงต้นสัปดาห์มีลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงปลายสัปดาห์มีลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
1)  เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาด ควรสำรวจและติดตามการระบาดในแปลงนาที่ปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอ เช่น พันธุ์พื้นเมือง โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง
2)โรคไหม้ สภาพอากาศเหมาะสมกับการเกิดโรค ควรติดตามการระบาดในแปลงนาที่ปลูกข้าว พันธุ์พื้นเมือง แปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง และพื้นที่ที่สภาพอากาศมีความเสี่ยงในการเกิดโรคสูง ได้แก่ จังหวัดกระบี่

คำแนะนำ
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล สภาพอากาศในสัปดาห์หน้าค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาดในทุกภาค จึงควรสำรวจและติดตามในพื้นที่ที่ปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เช่น พันธุ์ปทุมธานี 1 และพันธุ์พื้นเมือง แปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง และพื้นที่ที่มีรายงานการระบาดของกรมส่งเสริมการเกษตร ณ วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 ได้แก่ จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดสระบุรี
* ในกรณีที่พบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมีปริมาณน้อยกว่า 10 ตัว/กอ หรือยังไม่เกิดการระบาด สามารถใช้เชื้อราบิวเวอเรียควบคุมการระบาด แต่ในกรณีเกิดการระบาด พบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ปริมาณ 10 ตัว/กอ หรือมากกว่า ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมการข้าวอย่างเคร่งครัด (www.ricethailand.go.th; องค์ความรู้เรื่องข้าว)
สารป้องกันกำจัดแมลงที่สามารถใช้ในการควบคุมการระบาด ให้เลือกใช้ตามอายุของข้าว  ได้แก่
•    ข้าวหลังหว่าน ถึงอายุ 40 วัน พบตัวอ่อนระยะที่ 1-2 จำนวนมากว่า 5 ตัว/ต้น ให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลง ได้แก่ บูโพรเฟซิน 10% ดับบลิวพี อัตรา 25 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ บูโพรเฟซิน/ไอโซโพรคาร์บ 5%/20% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อีโทเฟนพรอกซ์ 10% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร โดยเลือกใช้เพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง
•    ข้าวอายุ 41-60 วัน พบตัวอ่อนสีน้ำตาล และตัวเต็มวัยชนิดปีกสั้น จำนวนมากกว่า 1 ตัว/ต้น ให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลง ได้แก่ อีโทเฟนพรอกซ์ 10% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ไพมิโทซิน 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยเลือกใช้เพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง
•    ข้าวอายุ 61-80 วัน พบตัวอ่อนสีน้ำตาล และตัวเต็มวัยชนิดปีกสั้น จำนวนมากกว่า 1 ตัว/ต้น ให้ใช้สารป้องกันกำจัดแมลง ได้แก่ ไพรมิโทซิน 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาร์โบซัลเฟน 20% อีซี อัตรา 110 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร โดยเลือกใช้เพียงชนิดใดชนิดหนึ่ง
ในกรณีที่เกิดการระบาดอย่างรุนแรง หรือพบประชากรของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลจากกับดักแสงไฟในระดับที่สูงกว่าค่าวิกฤตอย่างมาก (ค่าวิกฤต 50,000 ตัวต่อวัน) สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงที่สามารถใช้ในการควบคุมการระบาด คือ สารไพรมิโทซิน 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร (เมื่อพบจำนวนมวนเขียวดูดไข่มาก) และสารซัลฟอกซาฟอร์ 50% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 12 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร (เมื่อพบจำนวนมวนเขียวดูดไข่น้อย)
โรคไหม้ สภาพอากาศในสัปดาห์หน้าเหมาะสมกับการระบาดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ค่อนข้างเหมาะสมกับการระบาดในภาคกลาง จึงควรสำรวจติดตามในพื้นที่ที่ปลูกข้าวพันธุ์อ่อนแอต่อโรค เช่น พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 กข15 กข6 และพันธุ์พื้นเมืองอื่นๆ แปลงที่ปลูกข้าวแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูง พื้นที่ที่สภาพอากาศมีความเสี่ยงในการเกิดโรคสูง ได้แก่ จังหวัดปราจีนบุรี ลพบุรี นครราชสีมา และจังหวัดกระบี่ และพื้นที่ที่มีรายงานการระบาดของกรมส่งเสริมการเกษตร ณ วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 ได้แก่ จังหวัดระยอง
ในกรณีที่พบโรคไหม้มีอาการรุนแรงและพื้นที่ใบเสียหายจากการเป็นโรคถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ในข้าวระยะกล้าถึงแตกกอเต็มที่ และ 5 เปอร์เซ็นต์ ในข้าวระยะตั้งท้อง หรือพบแผลโรคไหม้ที่ใบธง ให้ควบคุมด้วยสารป้องกัน   กำจัดโรคพืช ตามคำแนะนำของกรมการข้าว เช่น ไอโซโปรไธโอเลน หรือ คาร์เบนดาซิม หรือ ไตรไซคลาโซล ตามอัตรา  ที่ระบุ (www.ricethailand.go.th; องค์ความรู้เรื่องข้าว)

หมายเหตุ    
รายงานสถานการณ์ศัตรูข้าว วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืชกองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ยโรคไหม้ข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล  พบการระบาดในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดสระบุรี จำนวน 443 ไร่ การระบาดลดลง 4,971 ไร่ (สัปดาห์ที่ผ่านมาพบการระบาด 5,414 ไร่) ในช่วงอายุ ดังนี้ ข้าวอายุน้อยกว่า 40 วัน จำนวน 340 ไร่ ข้าวอายุ 40 ถึง 60 วัน จำนวน 70 ไร่ และข้าวอายุมากกว่า 60 วัน จำนวน 33 ไร่
โรคไหม้ข้าว พบการระบาดในจังหวัดระยอง จำนวน 178 ไร่ การระบาดลดลง 17 ไร่ (สัปดาห์ที่ผ่านมาพบการระบาด 195 ไร่) ในช่วงอายุ ดังนี้ ข้าวอายุน้อยกว่า 40 วัน จำนวน 31 ไร่ ข้าวอายุ 40 ถึง 60 วัน จำนวน 31 ไร่ และข้าวอายุมากกว่า 60 วัน จำนวน 116 ไร่