สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว ได้จดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ จำนวน 2 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ข้าวอยุธยา 1 และพันธุ์ข้าวบางแตน

สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว ได้จดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ จำนวน 2 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ข้าวอยุธยา 1 และพันธุ์ข้าวบางแตน โดยผ่านการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร ซึ่งอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 มีผลใช้ตั้งแต่วันที่   27 เมษายน 2553 ซึ่งมีอายุ 12 ปีนับจากวันที่จดทะเบียน (หนังสือจดทะเบียน พันธุ์ข้าวอยุธยา 1 และพันธุ์ข้าวบางแตน)


สิทธิที่จะได้รับจากการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ ข้อยกเว้นสิทธิ และระยะเวลาในการคุ้มครอง

สิทธิของผู้ทรงสิทธิ

มีสิทธิแต่ผู้เดียวในการแสวงหาประโยชน์ในเรื่องต่อไปนี้

1. การผลิตส่วนขยายพันธุ์

2. ขายหรือจำหน่ายส่วนขยายพันธุ์

3. นำเข้ามาในราชอาณาจักร หรือส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งส่วนขยายพันธุ์

4. หรือมีไว้เพื่อกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งส่วนขยายพันธุ์


ข้อยกเว้นสิทธิ

สิทธิบางประการที่ผู้ทรงสิทธิต้องยกเว้นให้แก่เกษตรกร บุคคลอื่นโดยเฉพาะเกษตรกร ได้แก่

1. การกระทำโดยไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นส่วนขยายพันธุ์ เช่น ขายผลผลิต

2. การศึกษา ทดลอง เพื่อปรับปรุงพันธุ์หรือพัฒนาพันธุ์พืช

3. การกระทำโดยสุจริตหรือไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า

4. เกษตรกรสามารถเพาะปลูกจากส่วนขยายพันธุ์ที่ตนเองผลิต (โดยไม่จำกัดจำนวน

แต่อาจไม่เกิน 3 เท่าของปริมาณที่ได้มา เช่น ซื้อมา ในกรณีที่รัฐมนตรีประกาศให้เป็นพันธุ์พืชที่ควรส่งเสริมการปรับปรุงพันธุ์ ให้เกษตรกร)


ระยะเวลาให้ความคุ้มครอง

12 ปี สำหรับพืชที่ให้ผลผลิตหลังปลูกไม่เกิน 2 ปี เช่น ข้าว อ้อย

17 ปี สำหรับพืชที่ให้ผลผลิตหลังปลูกเกินกว่า 2 ปี เช่น ทุเรียน

27 ปี สำหรับพืชที่ใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้และให้ผลผลิตหลังปลูกเกินกว่า 2 ปี เช่น  ยูคาลิปตัส

(ที่มา: กองคุ้มครองพันธุ์พืช http://as.doa.go.th/pvp/main.html )

ชื่อพันธุ์ อยุธยา 1 (Ayutthaya 1)
ชนิด
ข้าวเจ้า
คู่ผสม
อู่ตะเภา / ขาวดอกมะลิ 105
ประวัติพันธุ์
ได้จากการผสมพันธุ์แบบผสมเดี่ยว ระหว่างข้าวขึ้นน้ำพันธุ์อู่ตะเภา กับพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ที่สถานีทดลองข้าวหันตรา ใน พ.ศ.2528 ปลูกคัดเลือกจนได้สายพันธุ์ HTAFR85035-B-R-R-7-9
การรับรองพันธุ์
คณะกรรมการบริหาร กรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2547
ลักษณะประจำพันธุ์

       - เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 142 - 223 เซนติเมตร (ขึ้นอยู่กับระดับน้ำ)
       - ไวต่อช่วงแสง
       - อายุเก็บเกี่ยว 6-10 ธันวาคม
       - ทรงกอตั้ง ฟางแข็ง ใบสีเขียว ใบธงตั้งตรง รวงยาว คอรวงยาว ระแง้ถี่
       - เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง
       - ระยะพักตัว ประมาณ 4 สัปดาห์
       - เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.32 x 7.69 x 1.87 มิลลิเมตร
       - ปริมาณอมิโลส 28.4 %
       - คุณภาพข้าวสุก ร่วน ค่อนข้างแข็ง
ผลผลิต
ประมาณ 546 กิโลกรัมต่อไร่ (น้ำลึก 100 เซนติเมตร) 842 กิโลกรัมต่อไร่ (น้ำลึก 25 เซนติเมตร)
ลักษณะเด่น

       - เป็นข้าวน้ำลึกที่มีรูปทรงต้นแบบใหม่มีศักยภาพในการให้ผลผลิต สูง
       - มีความสามารถยืดปล้อง ทนน้ำท่วมและทนแล้งได้ดีกว่าพันธุ์ปราจีนบุรี 2 ทนดินเปรี้ยว (pH 4.6 – 5.1)
       - ค่อนข้างต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและเพลี้ยจักจั่นสีเขียว
       - สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เส้นได้ดี เช่น เส้นหมี่ ขนมจีน ก๋วยจั๊บ
ข้อควรระวัง
ไม่ต้านทานต่อโรคไหม้ โรคขอบใบแห้งและโรคใบสีส้ม ในสภาพเรือนทดลอง
พื้นที่แนะนำ
พื้นที่นาน้ำลึกไม่เกิน 100 เซนติเมตร ในบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย ที่น้ำแห้งนาประมาณต้นเดือนธันวาคม โดยเฉพาะในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นครนายก ปราจีนบุรี สิงห์บุรี และลพบุรี


ชื่อพันธุ์
บางแตน (Bang Taen)
ชนิด
ข้าวเจ้า

คู่ผสม SPR60 / ไออาร์60 // ไออาร์64
ประวัติพันธุ์
ได้จากการผสมพันธุ์แบบ 3 ทางระหว่างข้าวลูกผสมชั่วที่ 1 ของ

พันธุ์สุพรรณบุรี 60 และ ไออาร์60 กับ ไออาร์64 ที่สถานีทดลองข้าวชัยนาท ในฤดูนาปี พ.ศ. 2532 ปลูกคัดเลือกจนได้สายพันธุ์ CNT89020-9-2-2-3
การรับรองพันธุ์
คณะกรรมการบริหาร กรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2547
ลักษณะประจำพันธุ์

       - เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 110 เซนติเมตร 
       - ไม่ไวต่อช่วงแสง
       - อายุเก็บเกี่ยว 90–95 วัน ถ้าปลูกในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึง มีนาคม และ 110-115 วัน ถ้าปลูกในช่วงเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม
       - ทรงกอตั้ง ฟางแข็ง ใบสีเขียว ใบธงตั้งตรง รวงยาว คอรวงยาว ระแง้ถี่ 
       - เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง
       - ระยะพักตัว ประมาณ 5 สัปดาห์
       - เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.28 x 7.57 x 1.86 มิลลิเมตร
       - ปริมาณอมิโลส 26.24 % 
       - คุณภาพข้าวสุก ร่วน ค่อนข้างแข็ง
ผลผลิต
ประมาณ 705 กิโลกรัมต่อไร ในฤดูนาปี่ และประมาณ 827 กิโลกรัมต่อไร ในฤดูนาปรัง
ลักษณะเด่น
ต้านทานต่อโรคไหม้ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และเพลี้ยจักจั่นสีเขียว ที่จังหวัดปราจีนบุรี
ข้อควรระวัง

       - ไม่ต้านทานต่อโรคกาบใบแห้ง และโรคไหม้คอรวง จึงควรระมัดระวังเมื่อนำไปปลูกในพื้นที่ที่มีโรคนี้เคยระบาด
       - ไม่ต้านทานโรคไหม้และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในภาคเหนือตอน ล่าง ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในภาคกลาง
พื้นที่แนะนำ

       - นาน้ำฝนโดยเฉพาะพื้นที่นาน้ำลึกในภาคตะวันออก ที่มีการชลประทานสนับสนุนการปลูกข้าวหลังน้ำลด (นาปี – นาปรัง)
       - นาน้ำลึกในจังหวัดปราจีนบุรีที่ปรับระบบการปลูกข้าว เป็น นาปรัง – นาปรัง(ก่อนน้ำท่วม – หลังน้ำลด) เว้นพื้นที่นาว่างเปล่าในช่วงน้ำท่วมสูงสุดเพื่อเลี่ยงความเสียหาย