จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จะเห็นได้ว่าข้าวไทยได้รับการยอมรับมาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน และจากข้อเขียนของท่านสังฆราชบาลเลอกัวส์ ในสมัยรัชกาลที่ 3 ปรากฏในหนังสือ ข้าว....วัฒนธรรมแห่งชีวิต

จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จะเห็นได้ว่าข้าวไทยได้รับการยอมรับมาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน และจากข้อเขียนของท่านสังฆราชบาลเลอกัวส์ ในสมัยรัชกาลที่ 3 ปรากฏในหนังสือ ข้าว....วัฒนธรรมแห่งชีวิต (สำนักพิมพ์แปลนโมทีฟ 2541) มีข้อความที่บ่งให้เห็นว่าข้าวจากประเทศสยามมีรสชาติที่ดีมากกว่าข้าวจากประเทศอื่น

ข้าวไทยที่ส่งขายที่ตลาดสิงคโปร์ โดยโรงสีกิมเจ็ง (Kim Cheng) ในประเทศไทยจะได้ราคาสูงที่สุด และข้าวไทยจากโรงสีกิมเจ็งนี้เช่นเดียวกันได้รับรางวัลเหรียญทองแดงจากการประกวดสินค้าข้าวของบริษัทค้าข้าวต่างๆ ที่เมืองเซนต์หลุยส์ รัฐหลุยส์เซียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2419 โดยข้าวจากโรงสีกิมเจ็งเป็นข้าวขาวคุณภาพดีชั้น 1

ในปี พ.ศ. 2476 ข้าวไทยได้สร้างชื่อเสียงไว้อีกครั้งหนึ่งโดยได้รางวัลที่ 1 จากการประกวดข้าวโลกที่ประเทศแคนนาดา พันธุ์ข้าวที่ชนะเลิศคือ พันธุ์ปิ่นแก้ว ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวเมล็ดยาว เปลือกเมล็ดบาง เนื้อแน่น เลื่ยมมันไม่เป็นท้องไข่ เมล็ดไม่บิด คุณภาพสีดี ลักษณะดังกล่าวนี้ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของข้าวไทย ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าคุณภาพดีกว่าพันธุ์ข้าวของประเทศอื่น ๆ จวบจนทุกวันนี้

นอกจากลักษณ์คุณภาพของเมล็ดทางกายภาพที่เป็นเอกลักษณ์ของข้าวไทยดังกล่าว คุณภาพในการหุงต้มรับประทาน ซึ่งได้ข้าวสุกที่อ่อนนุ่ม มีกลิ่นหอมของพันธุ์ข้าวไทยบางพันธุ์ ที่รู้จักทั่วไปในชื่อของ ข้าวหอมมะลิไทยก็เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของข้าวไทยที่ยังไม่มีข้าวประเทศอื่นสามารถพัฒนาให้เหมือนได้

แหล่งอ้างอิง : กรมวิชาการเกษตร. 2541. วิวัฒนาการพันธุ์ข้าวไทย. สถาบันวิจัยข้าว กรมวิชาการเกษตร. หน้า 11.