จากร่องรอยหลักฐานเก่าแก่ในวัฒนธรรมฮั้วบินเนียนในประเทศเวียดนามสันนิษฐานว่าราว 15,000 ปีมาแล้ว

จากร่องรอยหลักฐานเก่าแก่ในวัฒนธรรมฮั้วบินเนียนในประเทศเวียดนามสันนิษฐานว่าราว 15,000 ปีมาแล้ว มนุษย์รู้จักเก็บรวบรวมข้าวเป็นอาหารหลักเมื่อถึงฤดูกาลข้าวสุกก็เก็บรวบรวมเมล็ดข้าวป่ามาบริโภค ฤดูกาลอื่นก็แสวงหาอาหารอื่น เนื่องจากเมลฃ็ดข้าวป่าเมื่อสุกจะร่วงง่าย เมล็ดส่วนหนึ่งที่ตกลงพื้นจะงอกงามขึ้นในฤดูฝนต่อไป ด้วยเหตุนี้มนุษย์จึงต้องเรียนรู้การเก็บเมล็ดข้าวให้ได้มาก ดังนั้นก่อนข้าวสุกจึงรวบข้าวหลายๆต้นมาผูกรวมกันไว้ เมื่อเมล็ดข้าวสุกก็จะร่วงลงค้างอยู่ตรงช่อที่รวบไว้ ทำให้ได้เมล็ดมากขึ้น นับเป็นการรวบรวมและเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้ในสมัยนั้น นอกจากนี้ มนุษย์ยังค้นพบโดยบังเอิญว่าเมล็ดพันธุ์พืชที่รวบรวมไว้ในสถานที่ที่เหมาะสมนั้นสามารถนำไปเพาะปลูกให้เจริญเติบโตและให้ผลดีในท้องที่อื่นที่ห่างไหลจากที่เดิมที่เคยปลูกได้ โดยอาจเป็นการค้นพบจากการอพยพถิ่นฐาน หรือจากการร่วงหล่นของเมล็ดพันธุ์พืชไว้ในสถานที่และเวลาที่เหมาะสม แล้วนำไปเพาะปลูกในดินที่เลือกแล้วว่า จะให้ผลผลิตดีในการปลูกนั้นๆ นับเป็นการเริ่มต้นวิวัฒนาการของการเก็บและขยายพันธุ์ข้าวปลูกความสำคัญของเมล็ดพันธุ์จึงเกิดขึ้น

การพัฒนาวิธีการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ เริ่มจากแบบง่ายๆ เพียงแบ่งส่วนหนึ่งไว้เพื่อทำพันธุ์จนกระทั่งมีวิธีการเตรียมโดยเฉพาะแยกพื้นที่ปลูก  ดูแลเก็บรักษาเป็นอย่างดีและจากการมีเมล็ดพันธุ์เพียงอย่างเดียวหรือพันธุ์เดียว พัฒนามาจนกลายเป็นหลากหลายพันธุ์ ดังจะเห็นได้ว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีพันธุ์ข้าวชนิดต่างๆ ที่เป็นข้าวพันธุ์พื้นเมือง มากกว่า 5,000 ชนิด และที่ได้จากการศึกษาปรับปรุงพันธุ์โดยกรมวิชาการเกษตร รวมแล้ว กว่า 60 พันธุ์

การพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าว

ได้เริ่มขึ้นอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกใน ยุครัตนโกสินทร์ในสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ก่อนหน้านี้ ประเทศไทยต้องมีศึกสงครามกับประเทศโดยรอบมาตลอดตั้งแต่ยุคต้น คือ สมัยกรุงสุโขทัย ตลอดสมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น รวมเป็นเวลานานถึง 550 ปี มาถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ประเทศเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาก มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ข้าวก็เป็นสินค้าออกที่สำคัญอย่างหนึ่ง แต่ข้าวไทยมีปัญหาราคาตกต่ำเนื่องจากเมล็ดปะปนกันหลายพันธุ์ มีทั้งพันธุ์ที่ตลากโลกต้องการและพันธุ์คุณภาพต่ำ จากการที่พระองค์ทรงเสด็จประพาสยุโรป 2 ครั้ง ทรงสนพระทัยความก้าวหน้าทางวิทยาการเกษตร และได้ทรงทอดพระเนตรการประกวดและแสดงพืชและสัตว์ หลังจากเสด็จนิวัติประเทศไทยในปี พ.ศ. 2450 จึงทรงโปรดให้มีการจัดประกวดพันธุ์ข้าวขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่เมืองธัญบุรี โดยเป็นพันธุ์ข้าวจากทุ่งหลวงคลองรังสิต ปี พ.ศ. 2541 จัดการประกวดพันธุ์ข้าวทั้ง 2 ครั้งนี้พันธุ์ข้าวบายศรี ได้รับรางวัลที่ 1 ข้าวพันธุ์เดิมเป็นพันธ์ข้าวที่ปลูกแบบปักดำ ต.หนองแขม มณฑลนครไชยศรี เมื่อนำไปปลูกแบบนาหว่านบริเวณคลองรังสิต ยังคงรักษาลักษณะเดิมไว้ ต่อมา ปี พ.ศ.  2453 และ พ.ศ. 2454 จัดการประกวดพันธุ์ข้าวขึ้นทั่วราชอาณาจักร ปี พ.ศง 2464 เริ่มการรวบรวมพันธุ์ข้าวจากท้องถิ่นต่างๆ 18 มณฑลทั่วประเทศ ปี พ.ศ. 2469 ข้าวที่เป็นที่ต้องการของตลาด เป็นข้าวที่เลือกได้จากสถานีทดลองแห่งนี้ จึงได้เริ่มมีการปลูกบำรุงพันธุ์เพื่อจะได้ขยายพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี ให้ราษฏรนำไปปลูกต่อไป จากการปลูกคัดเลือกพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี ได้ตั้งเป็นพันธุ์มาตรฐานของข้าวนาสวน 8 พันธุ์ คือ พวงเงิน ขาวทดลอง ทองระย้าดำ จำปาซ้อน ปิ่นแก้ว บางพระ น้ำดอกไม้ และนางตานี ปี พ.ศ. 2470 ตั้งพันธุ์ข้าวขึ้นน้ำพันธุ์มาตรฐาน 2 พพันธุ์ คือ จำปา และ กอดพ้อม

ปี พ.ศ. 2474 เริ่มมีการจัดทำบัญชีปริมาณข้าวเปลือกที่เก็ยไว้ในฉาง บัญชี ครุภัณฑ์ เครื่องมีอการเกษตร และจำนวนกระบือที่มีอยู่ในนาทดลอง การเกกษาข้าวพันธุ์ดี จะเก็บในฉางหลังคามุงจาก มีเสื่อรำแพนกั้นโดยรอบทั้ง 4 ด้าน มีการแก้ไขอัตรการแลกเปลี่ยนข้าวพันธุ์ดีของนาทดลองกับพันธุ์ข้าวของเกษตรกรจากเดิม 1:3 เป็น 1:2 โดยปริมาตร

ปี พ.ศ. 2478 มีการสำรวจการปลูกข้าวของเกษตรกรดู พร้อมกับแนะนำให้เอาไปปลูกแทนพันธุ์ข้าวที่เกษตรกรใช้อยู่เดิม และได้เริ่มมีการขยายให้แลกพันธุ์ข้าว ให้เกษตรกรนำไปทำพันธุ์ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2478เรื่อยมา ปี พ.ศ. 2479 รัฐบาลแนะนำพันธุ์ข้าวชุดแรกคือ พวงเงิน ทองระยะดำ น้ำดอกไม้ และปิ่นแก้ว

เมื่อรัฐบาลมีนโยบายการบำรุงส่งเสริมและขยายพันธุ์ข้าวที่ดีอย่างจรืงจัง ปี พ.ศ. 2481 มีการแนะนำพันธุ์ข้าวปลูก การจัดทำแปลงข้าวปลูก  และการคัดเลือกพันธุ์ข้าวของทางราชการได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ราษฎรพากันนิยมใช้พันธ์ข้าวของรัฐบาลมากขึ้นนอกจากนี้รัฐบาลยังประกาศชักชวนให้ราษฏรทุกครัวเรือนใช้พันธุ์ข้าวของรัฐบาล อาทิ ข้าวปิ่นแก้ว รวมทั้งพันธุ์เมืองที่คัดเลือกแล้วว่าเป็นพันธุ์ที่ดีสามารถทำเป็นพันธุ์ปลูกได้ โดยรัฐบาลจะรับซื้อในราคาสูงกว่าข้าวชนิดอื่นๆด้วย

ปี พ.ศ.2484 มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติบำรุงพันธุ์พืช ปี พ.ศ. 2483 เพื่อให้การเพาะปลูกได้ผลดียิ่งขึ้น ชักจูงเกษตรกรใช้พืชพันธุ์ดีเพาะปลูกในทำเลที่เหมาะสมสำหรับพืชนั้นๆ มีการบำรุงดิน บำรุงพืชให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การเพาะปลูกมีทั้ง คุณภาพและปริมาณเพื่อจำหน่ายให้ได้ราคา มีโครงการบำรุงพันธุ์ข้าวขึ้นเพื่อให้เหมาพสมกับพื้นที่นาที่มีอยู่ ได้จัดแบ่งพื้นที่ทำนาออกเป็น 10 เขตการบำรุง โดยถือเขตจังหวัดตามลุ่มน้ำและจังหวัดใกล้เคียงเป็นเกณฑ์ และมีประกาศพราะราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติ บำรุงพืช ปี พ.ศ. 2483 บังคับใช้เฉพาะข้าวเจ้า ในท้องที่ 4 จังหวัด คือ พระนคร ธนบุรี สมุทรปารการ และสมุทรสาครเป็นบางอำเภอ รวมทั้งในปี พ.ศ. 2484 มีการจ่ายเงินให้จังหวัดจ่างๆ ไปซื้อพันธุ์ข้าวให้เกษตรกรนำไปทำพันธุ์ด้วย

ปี พ.ศ. 2485 กระทรวงเกษตราธิการได้อาศัยอำนาจตามความใน พระราชบัญญัติบำรุงพันธุ์พืช ปี พ.ศ. 2483 ออกประกาศ เรื่อง ขนาดเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูกในเขตการบำรุง เมื่อ 15 เมษายน พ.ศ. 2485 ว่าเมล็ดพันธุ์ข้าวเจ้าสำหรับใช้ทำพันธุ์ ต้องมีขนาด (ข้าวกล้อง) วัดความยาวได้มากกว่า 7.00 มม. ตามความกว้างไม่ต่ำกว่า 2.00 มม.และความหนาไม่ต่ำกว่า 1.60 มม. ไม่บังคับใช้แก่เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ใช้ทำนาปรังและข้าวไร่

อนึ่งตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2485 เป็นต้นมา สถานีเขต 3 (ภาคอีสาน) ได้ขยายการปลูกข้าวพันธุ์ของรัฐบาลและและข้าวพันธุ์ทนแล้งให้มากขึ้น สถานีเขต 6 (ภาคใต้) ได้ทำนาทดลองที่จังหวัดสงขลา เพื่อส่งเสริมและให้ราษฎรภาคใต้รู้จักวิธีทำนาที่ถูกต้อง รู้จักใช้ข้าวพันธุ์ดี สถานีเขต 5 (เชียงใหม่) ก็มีการขยายปลูกข้าวพันธุ์ดีให้มากขึ้นเช่นเดียวกันและระหว่างปี พ.ศ. 2485 เกิดอุทกภัยครังใหญ่ สถานีทดลองคลองรังสิต ได้รับความเสียหายอย่างหนัก น้ำในนาลึกประมาณ 2 เมตร ท่วมแปลงนาทดลองและนาขยายพันธุ์ทั้งหมด ดังนันการทำนาในปี พ.ศ. 2486 จึงต้องใช้เมล็ดพันธุ์จากเมล็ดพันธ์คัด เมล็ดพันธุ์หลักและเมล็ดพันธุ์ขยายที่ที่เหลือเก็บข้ามปีจากปี พ.ศ. 2484 มาขยายในปี พ.ศ. 2486 ได้รับอนุมัติเงินยืมจำนวน 8 ล้านบาท เพื่อนำไปดำเนินการจัดหาพันธุ์ข้าวปลูกช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสพอุทกภัยครั้งใหญ่ และได้เริ่มมีการค้นคว้าเปรียบเทียบข้าวเบา 3 พันธุ์ คือ มะลิเบา ขาวนวล 76 และพวงเงิน พบว่า มะลิเบาได้ผลดี พวงเงิน และ ขาวนวล ได้ผลรองลงมาตามลำดับ

ปี พ.ศ. 2490 เป็นปีเริ่มการเกษตรยุคพัฒนา มีการนำวิชาการเกษตรยุคพัฒนามีการนำวิชาการสถิติมาใช้ มีการบำรุงพันธุ์ข้าวโดยการปลูกรวงต่อแถวในสถานีทดลองนอกจากนี้กรมการเกษตรได้อนุมัติเงินทุนให้อำเภอต่างๆ ไปจัดซื้อพันธุ์ข้าวให้เกษตรกรที่ขาดแคลนพันธุ์ข้าว ยืมไปทำข้าวปลูก 9 จังหวัด และยังได้จัดซื้อพันธุ์ข้าวดีจ่ายจ่ายช่วยเหลือเกษตรกรอีกจำนวนหนึ่งด้วย

ปี พ.ศ. 2493 ด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการระหว่างรัฐบาลสหรัฐอเมริกา มีผู้เชี่ยวชาญด้านดิน ด้านคัดและและผสมพันธุ์พืชจากสหรัฐอเมริกา เข้ามาช่วยเหลือ เริ่มมีการอบรมเรื่องการบำรุงพันธุ์ เรื่องดินและเรื่องปุ๋ยให้แก่พนักงานข้าวจากท้องถิ่นต่างๆ เมื่อกลับไปยังท้องถิ่น พนักงาน 37 คน จาก 35 อำเภอได้รวบรวมรวงข้าวจากนา 938 แห่งทั่วประเทศ เป็นจำนวนกว่า 120,000 รวงหรือสายพันธุ์ ซึ่งนับว่ามากเป็นประวัติการณ์ มาทำการคัดพันธุ์ตามสถานีทดลองต่างๆ ในปีต่อไป

ปี พ.ศ. 2493 – 2494 มีการรวบรวมพันธุ์ข้าวพื้นเมืองจากทั่วประเทศอย่างจริงจังเพื่อค้นคว้าหาข้าวพันธุ์ดี ผลจากการประเมินลักษณะเมล็ดและการคัดเลือกพันธุ์ข้าวประมาณ 6,000 ตัวอย่าง ได้ข้าวพันธุ์ดีหลายพันธุ์ที่แนะนำให้เกษตรกรนำไปปลูกได้และในจำนวนนี้มีข้าวขาวดอกมะลิ 105 รวมอยู่ด้วย

ปี พ.ศ. 2494 – 2496 การทดลองเรื่องพันธุ์ข้าวและปุ๋ยแพร่หลายไปทั่วประเทศมีการอบรมพนักงานเพิ่มมากขึ้น และได้ขยายกลายเป็นโครงการปรับปรุงพันธุ์ข้าว และโครงการใช้ปุ๋ยในนาข้าวอันเป็นโครงการที่รู้จักแพร่หลายทั่วโลก

ปี พ.ศ. 2496 – 2500 เริ่มการขยายพันธุ์ข้าวที่รัฐบาลค้นพบ ออกสู่เกษตรกร

แหล่งที่มา :   สถาบันวิจัยข้าว. 2545. วิวัฒนาการการผลิตข้าวไทย. กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 142 หน้า.