ในโลกทัศน์ของชาวนาไทย วงจรชีวิตข้าวดำเนินไปเฉกเช่นพัฒนาการแห่งชีวิตมนุษย์ ช่วงข้าวเติบโตเป็นต้นกล้าและเพิ่งปักดำใหม่ๆ

ในโลกทัศน์ของชาวนาไทย วงจรชีวิตข้าวดำเนินไปเฉกเช่นพัฒนาการแห่งชีวิตมนุษย์ ช่วงข้าวเติบโตเป็นต้นกล้าและเพิ่งปักดำใหม่ๆ ในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม เปรียบเหมือนวัยเด็กที่เพิ่งเจริญเติบโต เดือนสิงหาคม ต้นข้าวเริ่มแตกลำต้นให้เห็นชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณยอดที่จะออกเป็นรวงข้าว เรียกว่า คอรวง พร้อมออกเป็นรวงข้าวแล้ว ช่วงนี้ชาวบ้านจะเรียกว่า ข้าวเป็นสาว หรือ ข้าวถือแหวน จากนั้นไม่นาน ลำต้นข้าวจะเริ่มกลม เรียวมากขึ้น บริเวณยอด เริ่มนูน อวบอ้วนมากขึ้น ชาวบ้านเรียกข้าวช่วงนี้ว่า ข้าวมาน หรือข้าวตั้งท้อง จากนั้นไม่ถึง 2 สัปดาห์ จากแรม 15 ค่ำไปถึงวันขึ้น 15 ค่ำ ดอกข้าวเริ่มแทงช่อดอกจากยอด ของลำต้นที่นูน กลม ช่วงนี้ชาวบ้านอีสานเรียกว่า หยิ่งแข้ว หรือ ยิงฟัน การถ่ายยอดดอกเป็นสัญลักษณ์บอกว่าเกสรดอกข้าวได้รับการผสมพันธุ์ให้ติดเป็นเมล็ดในอีกไม่ช้า ช่วงที่ชาวนาผู้เป็นเจ้าของก็เฝ้ามองต้นข้าวในนาด้วยความห่วงใย ระหว่างเดือนสิงหาคม-เดือนกันยายน ต้นกล้าเขียวตะการเต็มทุ่ง เมื่อข้าวเริ่มออกดอก ลมช่วงปลายฤดูฝนช่วยพัดหอบเอาเกสรจากรวงดอกของข้าวปลิวไปจับกออื่นๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ แมลงต่างๆ ก็ช่วยผสมเกสร ตามความเชื่อของชาวอีสานข้าวหรือแม่โพสพจะตั้งท้องหรือออกรวงได้ก็ต่อเมื่อข้าวได้รับน้ำจาก พญาแถน ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์หล่อเลี้ยงอย่างอุดมสมบูรณ์เพียงพอ

ช่วงเดือนกันยายน – เดือนตุลาคม ข้าวออกรวง เป็นช่วงที่สำคัญที่สุดในชีวิตต้นข้าว ชาวนาต้องคอยหมั่นดูแลน้ำในนาข้าวให้ขังต้นข้าวในระดับที่พอเหมาะ หล่อเลี้ยงให้สม่ำเสมอขาดไม่ได้ ต้นข้าวที่กำลังสร้างเมล็ด มีน้ำใสขุ่น จากเมล็ดลีบเล็ก ค่อยขยายโตขึ้น น้ำในเมล็ดข้าวมีรสชาติหวานมัน ชาวบ้านเชื่อว่าแม่โพสพกำลังสร้างน้ำนม จึงเรียกช่วงนี้ว่า ข้าวน้ำนม ตามนิทานชาดกในพระพุทธศาสนา ท้าวจุลกาล หรือโฏญฑัญญะเถระ เมื่อครั้งที่ชาวนาได้นำข้าวที่กำลังเป็นน้ำนมรสหวานไปกวนเป็นข้าวมธุปายาสเพื่อถวายพระพุทธเจ้าชาวนาจะนำข้าวมาตำเป็น ข้าวฮาง และ ข้าวเม่า เพื่อทำบุญเช่นกัน จากนั้นต้นข้าวจะค่อยๆ เหลืองแก่ จนเก็บเกี่ยวได้ปลายเดือนพฤศจิกายน เป็นต้นไป

แหล่งอ้างอิง : กรมวิชาการเกษตร. 2541. ข้าว...วัฒนธรรมแห่งชีวิต. ถาบันวิจัยข้าว กรมวิชาการเกษตร. หน้า 43.