ครกถีบหรือครกเหยียบเป็นเครื่องมือตำข้าวชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านใช้กันทั่วไปในอดีต เพราะเป็นเครื่องทุ่นแรงได้ดีกว่า ตำข้าว

 

ครกถีบหรือครกเหยียบเป็นเครื่องมือตำข้าวชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านใช้กันทั่วไปในอดีต เพราะเป็นเครื่องทุ่นแรงได้ดีกว่า ตำข้าวด้วยตะลุมพุกและด้วยครกทิ่มข้าว (ครกตำข้าวด้วยสาก)
ครกถีบประกอบด้วย “ตัวครก” ส่วนมากทำด้วยไม้เนื้อแข็งไม่นิยมไม้เนื้ออ่อนทำเพราะครกจะแตกได้ง่ายเมื่อถูกแรงกระแทกจากตะลุมพุกเวลาตำข้าวมากๆ ครกมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15-16 นิ้ว ยาวประมาณ 16-17 นิ้ว ขุดเนื้อไม้ จากหน้าตัดด้านหนึ่งด้านใดให้ลึกลงไปเป็นรูปกรวยประมาณ 10-12 นิ้ว ก้นหลุมโค้งกลม เว้นขอบส่วนบนที่เป็นปากครกไว้โดยรอบประมาณหนึ่งถึงหนึ่งนิ้วครึ่ง อุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่งเรียกว่า “คันครกถีบ” ใช้ไม้เนื้อกลาง ลำต้นตรง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 นิ้ว ยาวประมาณ 84-85 นิ้ว (7ฟุต) จากโคนคันครกถีบเข้ามาหาปลายประมาณ 12 นิ้ว เจาะรูสำหรับใส่เดือย (แทน) เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 1×2 นิ้ว ให้ทะลุจากข้างหนึ่งไปยังอีกข้างหนึ่ง เอาเดือยโตขนาดเท่ากับรูเป็นโคนคันครกถีบใส่เข้าไปในรูนั้นให้เหลือปลายทั้ง 2 ไว้ข้างละประมาณ 10 นิ้ว ส่วนเหลือนี้แต่งให้กลมเพื่อร้อยไว้เป็นรูเสาซึ่งฝังดินขนาบทั้ง 2 ข้างของโคนคันครกถีบ เสาฝังดินลึกประมาณ 10 นิ้ว จากระดับพื้นดินสูงขึ้นมาประมาณ 6 นิ้ว เจาะให้เป็นรูกลมทะลุทั้ง 2 เสาแล้วเอาเดือยที่เหลืออยู่ทั้ง 2 ข้างใส่ในรูเสานั้น ที่พื้นดินซึ่งอยู่ใต้โคนคันครกถีบ (12 นิ้ว) ส่วนทางปลายของคันครกถีบเอาตัวหลุมพุก 1 อัน ยาวประมาณ 14 นิ้ว เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ติดเข้าปลายของคันครกถีบที่เจาะรูไว้แล้วร้อยด้วยสลักเพื่อมิให้หลุด ที่ใต้ของปลายหลุมพุก เอาครกถีบวางไว้บนพื้นดินบางรายเอาก้นของครกถีบฝังดินไปประมาณ 3 นิ้ว เพื่อมิให้ครกถีบเคลื่อนที่เวลาตำข้าว
วิธีใช้ครกถีบ เอาข้าวกล้องหรือข้าวเปลือกที่ตากแดดแล้ว (ข้าวเปลือกถ้าไม่ตากแดดให้เมล็ดข้าวที่อยู่ข้างในแห้งเวลาตำเมล็ดข้าวสารจะหักถ้าตากแดดแล้วเมล็ดข้าวสารจะไม่หัก) ใส่ลงในครกถีบไม่ไห้เต็มเพราะถ้าเต็มจะทำให้หักเวลาตก ผู้ถีบ (ตำ) คราวละเพียงคนเดียวยืนหันหน้าไปทางครกถีบ เท้าข้างหนึ่งเหยียบที่ปากหลุม ปลายเท้าอีกข้างหนึ่งเหยียบลงบนโคนคันครกถีบ จนโคนคันครกถีบเกือบถึงก้นหลุม เวลาเดียวกันปลายของคันครกถีบจะกระดกขึ้น เมื่อยกเท้าข้างที่เหยียบโคนคันครกถีบเดือยครกถีบจะลงกระทบข้าวที่อยู่ในครก ผู้ตำข้าวจะใช้เท้าถีบแล้วยก ๆ เช่นนี้ตลอดไป จนลำข้าวถูกขัดออกจากเมล็ดข้าวและเมล็ดข้าวขาวตามต้องการจึงหยุดตำข้าวสารที่ได้คือข้าวสารซ้อมมือ อนึ่งการตำข้าวด้วยวิธีใช้ครกถีบนี้ย่อมแล้วแต่ผู้ถีบจะใช้จังหวะช้าหรือเร็วก็ย่อมทำได้ ในปัจจุบันส่วนใหญ่นิยมเอาข้าวเปลือกไปสีที่โรงสีข้าวเพราะสะดวกกว่า จึงทำให้การใช้ครกถีบเหลืออยู่น้อย และอาจหมดไปในอนาคต

แหล่งอ้างอิง : กรมวิชาการเกษตร. 2541. ข้าวกับตนไทย. สถาบันวิจัยข้าว กรมวิชาการเกษตร. หน้า 262-263.