ข้าวพันธุ์ที่มนุษย์เพาะปลูกในปัจจุบัน พัฒนามาจากพันธุ์ข้าวป่าในตระกูล

ข้าวพันธุ์ที่มนุษย์เพาะปลูกในปัจจุบัน พัฒนามาจากพันธุ์ข้าวป่าในตระกูล Oryza gramineae สันนิษฐานว่าพืชสกุลOryzyมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนชื่นของทวีป Gondwanaland ก่อนผืนดินจะแยกตัวและเคลื่อนออกจากกันเป็นทวีปต่าง ๆ เมื่อ 230-600 ล้านปีมาแล้ว จากนั้นแพร่

จากเขตร้อนชื้นของแอฟริกา เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ออสเตรเลีย อเมริกากลางและใต้ ข้าวสามารถเจริญเติบโตได้ทั้งในเขตร้อนและเขตอบอุ่นทั้งในที่ราบลุ่มจนถึงที่สูงจากระดับน้ำทะเล 2,500 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่เส้นรุ้ง 53 องศาเหนือ ถึง 35 องศาใต้

มนุษย์ได้คัดเลือกข้าวป่าลักษณะต่าง ๆ ตามความต้องการของตน เพื่อให้สอดคล้องกับระบบนิเวศ มีการผสมข้ามระหว่างข้าวที่ปลูกกับวัชพืชที่เกี่ยวข้อง เกิดข้าวพันธุ์พื้นเมืองขึ้นมากมายหลายพันธุ์ ซึ่งสามารถให้ผลผลิต สูงปลูกได้ตลอดปี ก่อให้เกิดพันธุ์ข้าวปลูกทีเรียกว่า ข้าวลูกผสม ซึ่งมีประมาณ 120,000 พันธุ์ทั่วโลก

 

ข้าวปลูกในปัจจุบันแบ่งออกเป็น ข้าวแอฟริกาและข้าวเอเชีย

ข้าวแอฟริกา (Oryza glaberrima) แพร่กระจายอยุ่เฉพาะบริเวณเขตร้อนของแอฟริกาตะวันตกเท่านั้น สันณิฐานว่าข้าวแอฟริกาอาจเกิดขึ้นครั้งแรกประมาณ 1,500 ปีก่อนคริสต์ศักราชหรือหลังจากนั้น

ข้าวเอเชีย เป้นข้าวลูกผสมเกิดจาก Oryza sativa กับข้าวป่ามีถิ่นกำเนิดบริเวณอินเดีย บังคลาเทศ และเอเชียตะวันออกเฉีบงใต้ ปลูกกันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่อินเดีย ตอนเหนือของบังคลาเทศ บริเวณดินแดนสามเหลี่ยมระหว่างพม่า ไทย เวียดนาม และจีนตอนใต้ แบ่งออกเป็น 3 สายพันธุ์

ข้าวสายพันธุ์แรก ปลูกบริเวณแม่น้ำเหลืองของจีนแพร่ไปยังเกาหลีและญี่ปุ่น เมื่อประมาณ 300 ปีก่อนคริสต์ศตวรรษ เป็นข้าวเมล็ดป้อม เรียกว่า สายพันธุ์ Sinica หรือ Japonica

สายที่สอง ปลูกในเขตร้อน เป็นข้าวเมล็ดยาว เรียกว่า Indica แพร่สู่ตอนใต้ของอินเดีย ศรีลังกา แหลมมลายู หมู่เกาะต่าง ๆ และลุ่มแม่น้ำแย่งซีแจงของจีนประมาณคริสต์ศักราช 200

สายที่สาม ข้าวชวา (Javanica) ปลูกในอินโดนีเชียประมาณ 1,084 ปีก่อนคริสต์ศักราช จากนั้นแพร่ไปยังฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น ข้าวปลูกแอเชียแพร่ไปยังยุโรปและแอฟริกา สู้อเมริกาใต้ อเมริกากลาง เข้าสู้สหรัฐอเมริกา ครั้งแรกประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 17 โดยนำเมล็ดพันธุ์ไปจากหมู่เกาะมาดากัสก้า

แหล่งอ้างอิง : กรมวิชาการเกษตร. 2541. ข้าว...วัฒนธรรมแห่งชีวิต. สถาบันวิจัยข้าว กรมวิชาการเกษตร. หน้า 8-9.