คนจีนมีสุภาษิตว่าด้วยเรื่องการกินอยู่บทหนึ่งว่าก่อนตายต้องกินอาหารสี่อย่าง ถึงจะมิอายฟ้าดิน

คนจีนมีสุภาษิตว่าด้วยเรื่องการกินอยู่บทหนึ่งว่าก่อนตายต้องกินอาหารสี่อย่าง ถึงจะมิอายฟ้าดิน คือ หอยเป๋าฮื้อ รังนก หูฉลาม และข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมมะลิเป็นข้าวเชื้อชาติไทย ถือกำเนิดในเมืองไทย ปัจจุบันได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นข้าวอร่อยที่สุดในโลก ทุกวันนี้ข้าวไทยส่งข้าวหอมมะลิไปขายที่ประเทศจีนมากที่สุด เพราะชาวจีนชื่นชอบรสชาติและกลิ่นหอมของข้าวมะลิ ข้าวหอมมะลิเป็นข้าวไทยพันธุ์พื้นเมืองชนิดหนึ่ง ที่ชาวบ้านแถบเมืองชลบุรีเป็นผู้ค้นพบ 50 กว่าปีก่อน มีสีขาวเหมือนดอกมะลิ และมีกลิ่นหอมเหมือนใบเตย (ไม่ใช่กลิ่นหอมเหมือนดอกมะลิที่เข้าใจกัน) ไม่เฉพาะคนไทยเท่านั้น ชาวต่างประเทศก็นิยมกินข้าวหอมมะลิมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทุกวันนี้ประมาณข้าวไทยส่งออกปีล่ะ 5 ล้าน กว่าตัน เกือบครึ่งหนึ่งเป็นข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมมะลิโด่งดังจนบริษัทขายข้าวในสหรัฐอเมริกาบริษัทหนึ่ง ตั้งชื่อยี่ห้อข้าวชนิดที่มีกลิ่นเหมือนข้าวโพดคั่วว่า จัสมาติ ไรซ์ เลียนแบบ จัสมิน ไรซ์ จนมีการประท้วงจนมีข้าวเกรียวกราวไปทั่วโลก ต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของข้าวหอมมะลิตั้งแต่เป็นเมล็ดพันธุ์จนออกเป็นร่วงเป็นเมล็ดพราว ถูกบรรจุใส่ถูก ใส่กระสอบเดินทางไปทุกมุมโลก

จากปิ่นแก้วถึงดอกมะลิ

“ประเทศไทยเป็นแหล่งพันธุกรรมข้าวอันอุดมสมบรูณ์และมีความหลากหลาย ชาวนาไทยสมัยก่อน คือ นักวิจัยการเกษตร รุ่นแรกที่คัดเลือก ปรับปรุงพันธุ์ให้เหมาะสมกับการปลูกในแต่ล่ะท้องถิ่น โดยพัฒนาพันธุ์จากข้าวป่าซึ่งเป็นแหล่งพันธุกรรมอย่างดีในการปรับปรุงพันธุ์ข้าว โดยเฉพาะการสร้างพันธุ์ให้ต้านทานโรค แมลง หรือทนทานต่อสภาพแวดล้อม เพราะธรรมชาติของป่าจะมีระยะเวลาในการฟักตัวนานแรมปีเพื่อความอยู่รอดหากเมล็ดข้าวป่ารวงสู่ดินในสภาพที่ไม่เอื้ออำนวยจะสามารถอยู่ในดินได้นาน เกือบปีเพื่อรอฝน คนโบราณจึงปรับปรุงพันธุ์ข้าวที่ปลูกจากข้าวป่านั้นเอง หากยังไม่มีการรวบรวมพันธุ์อย่างเป็นทางการ จึงกระทั่งถึงราชการที่ 5 ก่อนหน้านั้นเราส่งข้าวไปขายยุโรปผ่านบริษัทของอินเดีย แล้วมีข่าวว่าข้าวไทยขายสู้ข้าวอินเดียไม่ได้ เพราะข้าวไทยส่วนมากแตกหัก แต่ข้าวที่อินเดียเมล็ดยาวสวยกว่า ช่วงเวลานั้นราชการที่ 5 เสด็จประพาสยุโรป พระองค์ทรงตั้งข้อสังเกตว่า ชาวนาไทยอาจปลูกข้าวหลายพันธุ์มากเกินไป ไม่มีการคัดแยกเมล็ดพันธุ์ พระองค์ท่านทรงมองการณ์ไกล จึงทรงมีพระราชดำริให้เกษตรกรนำพันธุ์ข้าวพื้นเมืองมาประกวดกันเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2450  ที่อำเภอธัญบุรี พันธุ์ข้าวที่ส่งประกวดนั้นทางการได้นำมาปลูกเพื่อคัดเลือกพันธุ์ที่มีคุณภาพเมล็ดดีจนได้เป็นข้าวพันธุ์ดีแนะนำให้เกษตรกรปลูก พันธุ์ข้าวชุดแรกที่รัฐบาลแนะนำในปี พ.ศ. 2479 คือข้าวพวงเงิน ตามประวัติได้มาจากขุนพิบาล ตลิ่งชัน ธนบุรี ข้าวทองระย้าดำ ได้มาจากนายปิ๋ว บางน้ำเปรี้ยวฉะเชิงเทรา ข้าวน้ำดอกไม้ได้มาจากนายมา  ลาดกระบังพระนคร และพันธุ์ข้าวปิ่นแก้ว ซึ่งได้ตัวอย่างมาจากนายจวน ศรีราชา ชลบุรี มีความยาวหลังจากสีแล้ว 8.4 มิลลิเมตร ข้าวพันธุ์ปิ่นแก้วมีชื่อเสียงโด่งดังเพราะไปชนะเลิศการประกวดพันธุ์ข้าวของโลกที่ประเทศแคนาดา “ ดร.สงกรานต์  จิตรากร ผู้เชี่ยวชาญพันธุ์ข้าวแห่งสถาบันวิจัยข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เล่าถึงการพัฒนาข้าวไทยในอดีต

ต่อมาระหว่าง พ.ศ. 2493-2495 มีการรวบรวมพันธุ์ข้าวพื้นเมืองทั่วประเทศอย่างจริงจัง เพื่อค้นหาข้าวพันธุ์ดีแนะนำให้เกษตรกรปลูก ผลจาการประเมินลักษณะเมล็ดและการคัดเลือกจากพันธุ์ข้าวประมาณ 6, 000 ตัวอย่าง ก็ได้ข้าวพันธุ์ดีหลายพันธุ์ที่ใช้แนะนำให้เกษตรกรปลูก ในจำนวนนี้มีพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งต่อมาเลือกกันว่า ข้าวหอมะลิ รวมอยู่ด้วย

ข้าวขาวดอกมะลิ 105 พบครั้งแรกในท้องที่แหลมประดู่ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี โดยนายจรูญ ตัณฑาวุฒ ได้นำมาปลูกไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2488 จนกระทั่ง พ.ศ. 2493 กรมการข้าว กระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินการรวบรวมข้าวพันธุ์ของประเทศ พนักงานข้าวอำเภอบางคล้ารวบรวมรวงข้าวจากอำเภอบางคล้าจำนวน 199 รวงมาเพาะเป็นต้นข้าวเรียงเป็นแถวได้ 199 แถว แล้วปรากฏว่าต้นข้าวแถวที่ 105 ดีที่สุด มีเมล็ดข้าวยาวเรียว ขาวใส มีกลิ่นหอม จึงเอาแถวที่ 105 มาเป็นแม่พันธุ์และกลายเป็นข้าวหอมมะลิที่ปลูกกันทั่วประเทศในเวลานี้ แต่ต้องเข้าใจในเดิมนั้น ชื่อของเค้าไม่ได้หมายความว่าหอมเหมือนดอกมะลิ และมีกลิ่นหอมเหมือนใบเตย ต่อมาเรียกเพี้ยนไปจึงกลายเป็นข้าวหอมมะลิ ข้าวพันธุ์นี้นิยมปลูกเป็นข้าวนาปี เพราะข้าวขาวมะลิเป็นข้าวที่ไวต่อแสง” ดร.สงกรานต์อธิบาย

ข้าวที่ไวต่อแสงหมายถึงพันธุ์ข้าวที่จะออกดอกในวันที่กลางคืนยาวกว่ากลางวันเท่านั้น  ซึ่งก็คือฤดูหนาว ข้าวที่ปลูกในฤดูนาปีส่วนใหญ่จะเป็นข้าวที่ไวต่อแสง ส่วนข้าวนาปรังเป็นข้าวที่ไม่ไวต่อแสง ปลูกได้ตลอดปีในเดือนใดก็ได้ เมื่อพันธุ์เหล่านี้อายุครบกำหนด ก็จะออกดอกรวงไว้ให้เก็บเกี่ยวได้

“ข้าวที่ไวต้องแสงจะออกดอกเมื่อใกล้หน้าฝนต่อหน้าหนาว เดือนตุลาก็เริ่มออกดอกแล้ว หน้าหนาวนั้นจะมืดเร็วช่วงแสงกลางวันจะน้อยกว่า 12 ชั่วโมง เราถึงเรียกข้าวว่าเป็นพืชวันสั้น แต่พันธุ์ข้าวที่ไม่ไวต่อแสงนั้นแม้แสงจะมากกว่าหรือน้อยกว่า 12 ชั่วโมงแต่ล่ะวันก็ไม่มีผล ปลูกได้ทั้งปี” คุณสุเทพ ลิ้มทองกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยข้าวให้ความกระจ่าง

ตามนโยบายข้าวประจำปี 2537-2544 กำหนดเขตการปลูกข้าวขาวหอมมะลิ 105 เพื่อการส่งออกใน 10 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ยโสธร ร้อยเอ็ด สกลนคร ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุดรธานี และอุบลราชธานี

แหล่งอ้างอิง : กรมวิชาการเกษตร. 2541. ข้าว...วัฒนธรรมแห่งชีวิต. สถาบันวิจัยข้าว กรมวิชาการเกษตร. หน้า 102-104.